SORTs / WATER & WASTEWATER

ระบบบำบัดน้ำเสีย

น้ำชะขยะจากหลุมฝังกลบ
น้ำเสียเทศบาลและอุตสาหกรรม

SORTs นำเสนอระบบเมมเบรน DTRO/STRO สำหรับน้ำเสียเข้มข้น ระบบชีวภาพกำจัดไนโตรเจน และระบบกู้คืนน้ำร่วมกับการระเหย เพื่อควบคุมคุณภาพน้ำทิ้งและลดปริมาณน้ำเข้มข้นที่ต้องจัดการ

สอบถามระบบและข้อมูลทางเทคนิค ↗
ชุดเมมเบรนแรงดันสูง STRO สำหรับบำบัดน้ำเสียและเพิ่มความเข้มข้นของน้ำเกลือ
STRO — เมมเบรนแรงดันสูงสำหรับน้ำชะขยะและน้ำเสียอุตสาหกรรม
LANDFILL LEACHATE / DTRO & STRO

แยกสารอินทรีย์ แอมโมเนีย และเกลือ
ออกจากน้ำชะขยะด้วยเมมเบรนแรงดันสูง

น้ำชะขยะจากหลุมฝังกลบมีทั้งสารอินทรีย์ที่ย่อยสลายยาก แอมโมเนีย และเกลือละลาย โดยเฉพาะน้ำชะขยะจากหลุมฝังกลบเก่าที่ระบบชีวภาพเพียงอย่างเดียวอาจลด COD ได้ไม่เพียงพอ

DTRO และ STRO ใช้แรงดันแยกน้ำผ่านเมมเบรน RO ขณะที่สารมลพิษส่วนใหญ่คงอยู่ในน้ำเข้มข้น ช่องทางไหลแบบเปิดและการออกแบบให้เกิดการไหลปั่นป่วนช่วยลดการสะสมของสารบนผิวเมมเบรน เหมาะกับน้ำเสียที่มีภาระสารมลพิษสูง

เลือกการติดตั้งตามลักษณะน้ำเสีย

  • ระบบเมมเบรนโดยตรง: ปรับสภาพน้ำและกรองขั้นต้น ก่อนเข้า DTRO/STRO สำหรับน้ำชะขยะที่ย่อยสลายทางชีวภาพได้ยาก
  • ระบบชีวภาพร่วมกับเมมเบรน: ลดภาระสารอินทรีย์และไนโตรเจนด้วย MBR แล้วใช้ DTRO/STRO ขัดคุณภาพน้ำขั้นปลาย
  • ชุด Skid หรือ Container: จัดอุปกรณ์เป็นโมดูลสำหรับติดตั้งใหม่หรือเสริมระบบเดิม
98.6%การลด COD
ตัวอย่าง DTRO สองขั้น [1]
99.0%การลดแอมโมเนีย–ไนโตรเจน
คำนวณจาก 500 → 5 mg/L [1]
80–85%อัตราการกู้คืนน้ำของ RO
หลังผ่านระบบชีวภาพ [2]

ตัวอย่างคุณภาพน้ำก่อนและหลัง DTRO สองขั้น

พารามิเตอร์น้ำชะขยะเข้าน้ำผ่านเมมเบรนขั้นที่ 2ลดลง
COD (mg/L)3,4004898.6%
BOD₅ (mg/L)9001098.9%
NH₄-N (mg/L)500599.0%
ค่าการนำไฟฟ้า (µS/cm)22,80091.499.6%
ตัวอย่างข้อมูลสมรรถนะในเอกสารเทคโนโลยี [1] เปอร์เซ็นต์คำนวณจากความเข้มข้นน้ำเข้าและน้ำผ่านเมมเบรน ไม่ใช่อัตราการกู้คืนน้ำหรือการทำลายสารมลพิษ
ข้อมูลสำหรับเลือกระบบ: ปริมาณน้ำและความผันแปรตามฤดูกาล, COD/BOD, NH₄-N, TDS/ค่าการนำไฟฟ้า, ความกระด้าง และซิลิกา ใช้กำหนดจำนวนขั้น แรงดัน และระบบล้างเมมเบรน รวมถึงปริมาณน้ำเข้มข้นที่ต้องจัดการต่อ
MUNICIPAL & INDUSTRIAL WASTEWATER / NITROGEN REMOVAL

เพิ่มประสิทธิภาพการกำจัดไนโตรเจน
ในระบบเทศบาลและอุตสาหกรรม

SORTs มีทางเลือกทั้งการเพิ่มมวลจุลินทรีย์ในระบบชีวภาพด้วยจานหมุน RBC และการเพิ่มขั้นกำจัดไนโตรเจนหลังระบบบำบัดเดิมด้วย A-PDN + Anammox โดยเลือกจากชนิดของไนโตรเจนที่เหลือและปริมาณสารอินทรีย์ที่ใช้ได้

ถ้าระบบเดิมยังมีแอมโมเนียสูง ต้องพิจารณาประสิทธิภาพของขั้นชีวภาพและการถ่ายเทออกซิเจน หากน้ำหลังบำบัดมีทั้งแอมโมเนียและไนเตรต แต่มีคาร์บอนต่ำ สามารถประเมินการเพิ่มระบบ A-PDN + Anammox ในขั้นปลายได้

ชุดจานหมุนชีวภาพ RBC และตัวกลางรองรับจุลินทรีย์ในบ่อบำบัดน้ำเสีย
ชุดจานหมุนชีวภาพ RBC สำหรับเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ในระบบบำบัด
BIOFILM / OLAND-RBC

เพิ่มมวลจุลินทรีย์ด้วยจานหมุนชีวภาพ

ตัวกลางเส้นใย PVDC เป็นพื้นที่ให้จุลินทรีย์เกาะเจริญเป็นไบโอฟิล์ม การหมุนของชุดจานช่วยให้เกิดการสัมผัสระหว่างน้ำ จุลินทรีย์ และออกซิเจน ใช้ร่วมกับระบบ Activated Sludge เพื่อเพิ่มความสามารถในการบำบัดสารอินทรีย์และไนโตรเจน

  • ติดตั้งในบ่อเดิม หรือรวมอยู่ในการออกแบบโรงใหม่
  • ประเมินขนาดชุดจานจากภาระ COD และไนโตรเจน รวมถึงขนาดและความลึกของบ่อ
  • ควบคุมออกซิเจนและการหมุนให้เหมาะกับกระบวนการชีวภาพที่ต้องการ
≈40%ศักยภาพลดพลังงานการเติมอากาศ
เทียบระบบ Conventional Activated Sludge สำหรับการออกแบบโรงใหม่ [3]
ค่าประเมินของรูปแบบ OLAND-RBC ในเอกสารเทคนิค ไม่ใช่การลดค่าไฟรวมทั้งโรงบำบัด
TAILWATER POLISHING / A-PDN + ANAMMOX

กำจัดไนโตรเจนขั้นปลายในน้ำที่มีคาร์บอนต่ำ

น้ำไหลผ่านถังปฏิกิริยาแบบ Upflow ที่บรรจุตัวกลางเม็ดขนาด 3–5 mm ตัวกลางทำหน้าที่รองรับไบโอฟิล์มและเป็นแหล่งให้อิเล็กตรอนแก่กระบวนการ Autotrophic Denitrification

การควบคุม Partial Denitrification ช่วยสร้างไนไตรต์ให้ Anammox ใช้ร่วมกับแอมโมเนียและเปลี่ยนเป็นก๊าซไนโตรเจน จึงลดการพึ่งพาการเติมคาร์บอนอินทรีย์ เช่น เมทานอลหรือกรดอะซิติก

TN <5 mg/Lเป้าหมายคุณภาพน้ำออก
สำหรับน้ำเข้า TN 15–30 mg/L ตามช่วงออกแบบที่อ้างอิง [4]
50–80%ช่วงประมาณการลด OPEX ของขั้นกำจัดไนโตรเจน
เทียบ Heterotrophic Denitrification [4]
ประเมินจากการลดคาร์บอนเสริม การเติมอากาศ และตะกอนส่วนเกิน ต้องรวมค่าตัวกลาง ปั๊ม สารเคมี และการบำรุงรักษาในการคำนวณโครงการจริง
ข้อมูลสำคัญก่อนปรับปรุง: ตรวจแยก NH₄-N, NO₂-N, NO₃-N และ TN ร่วมกับ BOD/COD, DO, pH, alkalinity และอุณหภูมิ เพื่อเลือกกระบวนการและตั้งเป้าหมายผลการบำบัดให้ตรงกับระบบจริง
WATER RECOVERY / MLD & ZLD

กู้คืนน้ำจากน้ำเสีย
และลดปริมาณที่ต้องส่งเข้าระบบระเหย

ระบบ MLD/ZLD ของ SORTs ใช้เมมเบรนเพิ่มความเข้มข้นของน้ำเกลือก่อนเข้าสู่การระเหย เพื่อลดภาระของเครื่องระเหยและปริมาณน้ำเสียเหลวที่ต้องจัดการ โดยใช้น้ำผ่านเมมเบรนและน้ำกลั่นกลับตามคุณภาพที่กระบวนการผลิตต้องการ

ชุดเทคโนโลยีประกอบด้วย High-pressure DTRO/STRO การปรับสภาพเพื่อลดการเกิดตะกรัน และเครื่องระเหย SEVAP หรือ MVR สำหรับขั้นสุดท้ายของระบบ ZLD จะเพิ่มการตกผลึก การทำแห้ง หรือการทำให้ส่วนตกค้างคงตัวตามลักษณะของเสีย

ตัวอย่างการติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียอุตสาหกรรมที่รวมเมมเบรนและการจัดการน้ำเข้มข้น
ตัวอย่างระบบน้ำเสียอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีเมมเบรนและจัดการน้ำเข้มข้น
75–120 barรุ่นแรงดัน STRO
75 / 90 / 120 bar [5]
90–95%ช่วงอัตรากู้คืนน้ำรวม
ระบบเมมเบรนร่วมกับการระเหยที่อ้างอิง [5]
80–90%อัตรากู้คืนน้ำจาก DTRO concentrate
ในขั้น SEVAP ที่อ้างอิง [5]

MLD — ลดปริมาณน้ำเสียเหลว

เน้นเพิ่มสัดส่วนน้ำที่กู้คืนได้ โดยยังมีน้ำเข้มข้นส่วนหนึ่งต้องนำไปบำบัดหรือจัดการต่อ เหมาะกับโครงการที่ต้องการลดการใช้น้ำใหม่และลดภาระการจัดการน้ำเข้มข้น

ZLD — จัดการจนไม่มีน้ำเสียเหลวระบายออก

เพิ่มขั้นจัดการน้ำเข้มข้นและ Mother Liquor ให้ครบขอบเขตระบบ พร้อมจัดการเกลือ ตะกอน และของแข็งที่เหลือ การกู้คืนน้ำ 90–95% เพียงอย่างเดียวยังไม่ถือว่าเป็น ZLD

ตัวอย่าง: เพิ่ม Recovery จาก 80% เป็น 90%

หากน้ำเข้าเมมเบรน 100 ลบ.ม./วัน ปริมาณน้ำเข้มข้นจะลดจาก 20 เหลือ 10 ลบ.ม./วัน หรือลดลง 50% ช่วยลดอัตราป้อนเข้าระบบระเหยเมื่อจัดส่งน้ำเข้มข้นทั้งหมดไปยังขั้นนั้น

ตัวอย่างนี้เป็นการคำนวณสมดุลน้ำ ไม่ได้หมายถึงค่าไฟหรือ OPEX ลดลง 50% เพราะความเข้มข้นของเกลือ จุดเดือด การเกิดตะกรัน และประสิทธิภาพเครื่องระเหยมีผลต่อต้นทุนด้วย

จุดที่ต้องควบคุม: Ca/Mg และซิลิกาที่เสี่ยงเกิดตะกรัน, TDS ที่กำหนดแรงดัน RO, COD ในน้ำเข้มข้น และคุณสมบัติของเกลือหรือของแข็งปลายทาง ใช้กำหนด Pretreatment, Recovery และระบบจัดการส่วนตกค้าง

ส่งผลวิเคราะห์น้ำ
เพื่อประเมินระบบกับ SORTs

ระบุปัญหาของระบบเดิมและคุณภาพน้ำที่ต้องการ ทีมงานจะใช้ข้อมูลเพื่อพิจารณาชุดกระบวนการ ขนาดอุปกรณ์ และรายการต้นทุนที่ต้องเปรียบเทียบ

ติดต่อทีมงาน SORTs ↗
  • ปริมาณน้ำเฉลี่ยและสูงสุดต่อวัน
  • ผลวิเคราะห์น้ำเข้าและน้ำออกล่าสุด
  • ผังกระบวนการและขนาดบ่อหรืออุปกรณ์เดิม
  • เป้าหมายคุณภาพน้ำทิ้งหรือน้ำใช้ซ้ำ
  • ค่าไฟ สารเคมี ตะกอน และการจัดการน้ำเข้มข้นของระบบเดิม
ตัวเลขบนหน้านี้เป็นข้อมูลสมรรถนะอ้างอิงหรือค่าประเมินตามเงื่อนไขที่ระบุ ขอบเขตและผลรับประกันของแต่ละโครงการกำหนดจากข้อมูลน้ำเสียและแบบระบบที่ตกลงร่วมกัน
ที่มาของข้อมูลสมรรถนะและภาพ
  1. [1] ตาราง Two-stage DTRO ในเอกสารเทคโนโลยีฉบับภาษาอังกฤษ หน้า 14–15 (PDF หน้า 9) เปอร์เซ็นต์คำนวณใหม่จาก (น้ำเข้า − น้ำออก) ÷ น้ำเข้า × 100 โดย NH₄-N 500 → 5 mg/L เท่ากับ 99.0%
  2. [2] กระบวนการชีวภาพร่วมกับ DTRO/STRO หน้า 16–17 (PDF หน้า 10): Recovery ของ RO หลังชีวภาพ 80–85%
  3. [3] เอกสารเทคนิค Eco-N หน้า 2: พลังงานการเติมอากาศของ OLAND-RBC สำหรับโรงใหม่ประมาณ 60% ของ Conventional Activated Sludge จึงคิดเป็นการลดลงประมาณ 40%
  4. [4] เอกสารเทคนิค Eco-N หน้า 3–4: A-PDN + Anammox น้ำเข้า TN 15–30 mg/L เป้าหมายน้ำออกต่ำกว่า 5 mg/L; ช่วงประเมิน OPEX 50–80% ต่ำกว่า Heterotrophic Denitrification เฉพาะขั้นที่เปรียบเทียบ เป็นข้อมูลจากผู้พัฒนา ไม่ใช่ผลทดสอบของ SORTs ในประเทศไทย
  5. [5] เอกสารเทคโนโลยี PDF หน้า 6, 8 และ 10: รุ่นแรงดัน STRO 75/90/120 bar, Recovery น้ำเข้มข้น DTRO ใน SEVAP 80–90% และ Recovery รวม 90–95% สำหรับชุดกระบวนการที่ระบุ ช่วงตัวเลขนี้ไม่ใช้แทนสมดุลน้ำของทุกระบบ

ข้อมูลอุปกรณ์และภาพประกอบจาก Kunyee Environmental Technology ภาพหน้างานเป็นตัวอย่างการใช้งานเทคโนโลยีในต่างประเทศ ไม่ใช่ผลงานติดตั้งของ SORTs ในประเทศไทย